FAMILY DAY
focus-mockup

รู้จักคุม เพื่ออนาคตที่ดี

เวิร์คกิ้ง วูแมนวันนี้ ต้องรับผิดชอบและทำหน้าที่หลายบทบาท ทั้งในบ้านและนอกบ้าน ผู้หญิงหลายคนแม้จะแต่งงานแล้ว ก็ยังไม่พร้อมที่จะมีสมาชิกตัวน้อย การเรีบนรู้วิธีคุมกำเนิด และศึกษาทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับตัวเอง จึงเป็นหน้าที่ของผู้หญิงทุกคน

  1. คุมแบบธรรมชาติ การนับวัน " หน้า 7 หลัง 7 " เป็นวิธีง่ายๆ ที่ต่างก็เคยได้ยินกันมา แต่ก็ยังสับสนอยู่ ว่าจะนับอย่างไร ความหมายที่ถูกต้องของวิธีนี้ก็คือ การนับช่วงวันที่จะมีเพศสัมพันธ์โดยที่ลดความ เสี่ยงในการตั้งครรภ์ได้ ซึ่งเป็นช่วงก่อนมีประจำเดือน 7 วัน และหลังจากที่ประจำเดือนหมดไป 7 วัน โดยวิธีนี้ เป็นการเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์ในช่วงที่ผู้หญิงมีไข่ตก คือ ช่วงกึ่งกลางรอบเดือน ซึ่งถ้าหากไม่ใช่ช่วงไข่ตกก็จะไม่มี โอกาสตั้งครรภ์ วิธีนี้ฟังดูง่าย แต่ก็ทำให้คนพลาดมาเยอะ เพราะนับวันผิดหรือมีรอบเดือนไม่ตรงกันทุกเดือน
  2. คุมด้วยถุงยางอนามัย วิธีนี้นอกจากจะได้เรื่องการคุมกำเนิดแล้ว ยังช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ต่างๆ ได้ด้วย แต่ก็ต้องระวังเพราะถุงยางอนามัยมีโอกาสฉีกขาดหรือหลุดระหว่างมีเพศสัมพันธ์
  3. คุมด้วยฮอร์โมน กลไกของการคุมด้วยฮอร์โมน ก็คือการป้องกันไม่ให้ผู้หญิงมีการตกไข่ การทำให้อสุจิผ่านเข้าไปในโพรงมดลูกได้ยาก และทำให้เยื่อบุโพรงมดลูกอยู่ในสภาวะที่ไม่เหมาะกับการฝังตัวของตัวอ่อน ทางเลือกที่รู้จักกันดีและใช้อย่างแพร่หลายที่สุดก็คือ การรับประทานยาเม็ดคุมกำเนิด นอกจากนี้ก็ยังมีวิธีซึ่งจัดว่าเป็นการคุมในระยะยาว ได้แก่ ยาฉีดคุมกำเนิด ซึ่งต้องฉีดทุกๆ 3 เดือน หรือ ยาฝังคุมกำเนิด (ฝังใต้ท้องแขน) โดย 1 หลอด จะคุมได้ 3 ปี ซึ่งการคุมระยะยาวเหล่านี้ อาจจะเหมาะกับผู้ที่เคยมีบุตรแล้ว แต่ยังไม่แน่ใจว่า จะยังต้องการมีเพิ่มอีกหรือไม่ ก็สามารถเลือกคุมวิธีนี้ก่อนที่จะตัดสินใจทำหมันถาวร

ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรเพิ่มเติมสำหรับข้อมูลเรื่องการคุม... แบบผู้หญิงรุ่นใหม่


ความจริงที่ผู้หญิงเก่งก็ยังอาจสับสน

แม้จะเป็นผู้หญิงทำงาน แม้จะเป็นคนรุ่นใหม่ แต่ผู้หญิงส่วนใหญ่ก็ยังรู้สึกอาย ที่จะหาข้อมูลเกี่ยวกับยาเม็ดคุมกำเนิด ทำให้เกิดคำถามและความสับสนมากมายเกี่ยวกับ ยาเม็ดเล็กๆ ชนิดนี้

ความเชื่อ – กินยาคุมแล้วจะทำให้อ้วนขึ้น เพราะรับประทานเก่งขึ้น
ความจริง – ไม่จริงเสียทีเดียว เพราะถ้าหากเลือกใช้ยาคุมรุ่นใหม่ ซึ่งมีปริมาณฮอร์โมนต่ำและไม่กระตุ้นความ อยากอาหาร ก็จะช่วยลดโอกาสที่จะมีปัญหาเรื่องน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นได้ เลือกการคุมที่เหมาะสม เพื่อให้คุณ สามารถคุมกำเนิดได้ โดยที่ศัตรูตัวร้ายของผู้หญิงอย่างความอ้วน ไม่มีผลกระทบกับตัวคุณ

ความเชื่อ – การกินยาเม็ดคุมกำเนิดเป็นอันตรายต่อสุขภาพ ถ้าใช้เป็นระยะเวลานาน
ความจริง - ไม่จริงทั้งหมด ยาเม็ดคุมกำเนิดถูกคิดค้น วิจัยและพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในปัจจุบัน ซึ่งเป็นฮอร์โมนรุ่นใหม่ที่ช่วยลดอาการข้างเคียงต่างๆ ได้ดีขึ้น ทำให้ผู้ใช้มีคุณภาพชีวิตที่ดี อย่างไรก็ตาม ก่อนใช้ยา ควรที่จะปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร เพื่อความเข้าใจและการเลือกใช้ยาอย่างถูกต้อง

ความเชื่อ - กินยาคุมติดต่อกันไม่ดี เพราะจะทำให้กลายเป็นคนมีบุตรยาก
ความจริง - ไม่จริง เพราะเมื่อหยุดยาคุมไม่นาน ผู้หญิงก็จะกลับเข้าสู่ภาวะเจริญพันธุ์ตามปกติ ซึ่งจะต่างกับ วิธีการฉีดยาคุมกำเนิดที่ค่อนข้างจะทำให้มีโอกาสตั้งครรภ์ได้ช้ากว่า

ความเชื่อ - กินยาคุมกำเนิด อาจทำให้เป็นมะเร็ง
ความจริง - ไม่จริง จากการศึกษาพบว่า ยาคุมกำเนิดไม่เพิ่มความเสี่ยงในการเป็นโรคมะเร็งและยังอาจลด ความเสี่ยงในการเป็นโรคมะเร็งบางชนิดด้วย เช่น มะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก และมะเร็งรังไข่

ความเชื่อ - กินยาคุมแล้วเลือดประจำเดือนน้อยลง ซึ่งไม่น่าจะดีกับผู้หญิง
ความจริง - โดยทั่วไป ยาคุมจะทำให้ร่างกายสร้างฮอร์โมนในระดับที่น้อยลงกว่าธรรมชาติ โดยเฉพาะยาคุมรุ่นใหม่ที่มีปริมาณเอสโตรเจนต่ำ ก็จะยิ่งทำให้ร่างกายขับเลือดประจำเดือนออกมาน้อยลง ซึ่งจริงๆ แล้วก็เป็นเรื่องดี เพราะเลือดประจำเดือนไม่ใช่เลือดเสีย และจากข้อดีของยาคุมในเรื่องนี้เอง ทำให้มีการนำมาใช้ในผู้หญิงที่มีรอบเดือนนานเกินไปหรือมีเลือดออกมาก เพื่อป้องกันภาวะการเกิดโลหิตจาง


ยาเม็ดคุมกำเนิด และการรับประทาน

  1. 1. เลือกใช้ยาเม็ดคุมกำเนิดรุ่นใหม่ ซึ่งได้รับการพัฒนาให้มีการใช้ฮอร์โมนในปริมาณต่ำ โดยที่ยังคงประสิทธิภาพในการคุมกำเนิดได้ดี ทำให้ผู้ใช้สามารถใช้ได้อย่างปลอดภัยในระยะยาว
  2. 2. เลือกชนิดฮอร์โมนรุ่นใหม่ ซึ่งมีข้อดีในแง่ของการลดโอกาสที่จะเกิดอาการข้างเคียงจากการใช้ยาด้วย เช่น ลดโอกาสในการเกิดฝ้า ลดอาการบวมน้ำ และไม่กระตุ้นให้เกิดความอยากอาหาร จึงไม่ทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นแม้จะรับประทานติดต่อกันเป็นเวลานาน
  3. 3. ไม่ควรใช้ยาคุมฉุกเฉินเป็นประจำ เพราะยาคุมประเภทนี้ มีปริมาณฮอร์โมนสูงมากและจะไปรบกวนระบบการสร้างฮอร์โมนของร่างกายตามธรรมชาติ อาจส่งผลให้ประจำเดือนผิดปกติ คลื่นไส้อาเจียน นอกจากนี้ ยังมีงานวิจัยระบุว่า พบปัญหาการตั้งครรภ์นอกมดลูก ซึ่งก่อให้เกิดอันตรายกับผู้ใช้ค่อนข้างมาก นอกจากนี้ในด้านของประสิทธิภาพการคุมกำเนิดก็จะต่ำกว่าการรับประทานยาคุมกำเนิดทั่วไป


facebook print