สวท มุ่งมั่นตัดห่วงโซ่ปัญหาการใช้แรงงานเด็ก
โดย ภูฟ้า


การขาดแคลนแรงงานกระตุ้นให้เกิดการใช้แรงงานเด็กทดแทน ก่อให้เกิดปัญหาแก่เด็กผู้ถูกใช้แรงงานตามมาเป็นห่วงโซ่ ประเทศไทยกำลังเผชิญปัญหานี้ หลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชนต่างร่วมมือกันแก้ไขอย่างเข้มแข็ง โดยเฉพาะสมาคมวางแผนครอบครัวแห่งประเทศไทย ฯ (สวท) เปิดแนวรุกไปยังพื้นที่ที่มีการใช้แรงงานเด็กเป็นจำนวนมากเพื่อตัดห่วงโซ่ปัญหา
การจ้างงานและการคุ้มครองแรงงานให้เป็นไปตามมาตรฐานที่กฎหมายแรงงานกำหนดนั้น ยังห่างไกลจากบรรทัดฐานมาก โดยเฉพาะแรงงานเด็ก เห็นได้จากการที่เด็กเข้าสู่ภาคแรงงานก่อนอายุ 18 ปีซึ่งเป็นวัยที่กฎหมายกำหนด และเด็กส่วนใหญ่อยู่ในภาคงานที่ก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพ และยังถูกเอาเปรียบจากการจ่ายค่าจ้าง หรือถูกกดขี่ค่าแรง ปัญหานี้เกิดขึ้นทั่วโลก ดังนั้น วันที่ 12 มิถุนายน ของทุกปี เป็นวันที่ประเทศสมาชิกองค์การแรงงานระหว่างประเทศ ได้ร่วมกันรณรงค์เพื่อยุติการใช้แรงงานเด็กทั่วโลก โดยให้วันนี้เป็น “วันต่อต้านการใช้แรงงานเด็กโลก” ปี พ.ศ.2552 ถือว่าเป็นปีแห่งการฉลองครบรอบ 10 ปี อนุสัญญาแรงงานระหว่างประเทศ ฉบับที่ 182 ซึ่งเน้นย้ำการต่อต่านการใช้แรงงานเด็กในรูปแบบที่เลวร้ายที่สุด และเป็นการแสดงผลความก้าวหน้าในการดำเนินงานของประเทศภาคีสมาชิก (ประเทศไทยเป็นภาคีสมาชิกด้วย)ในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา พบว่าประเด็นที่ยังเป็นเรื่องท้าทายสำหรับประเทศสมาชิกทั่วโลก ยังเป็นเรื่องของการเอารัดเอาเปรียบเด็กผู้หญิง
เด็กหญิงสุชาดา ดอเลาะ อายุ 14 ปี บ้านอยู่ ต.บานา อ.เมอง ปัตตานี เล่าว่า “พ่อแม่หนูหย่ากัน หนูอยู่กับยาย บ้านฐานะยากจน หนูต้องช่วยแบ่งเบาภาระครอบครัว หลังเลิกเรียนหนูต้องไปทำงานที่สะพานปลา ทำงานเลือกหอย ทำหมึก และคัดเลือกปลา หนูรู้สึกล้าเหนื่อย เพราะไม่มีเวลาพัก ไม่มีเวลาเล่นเหมือนคนอื่น ๆ ทั่วไป หนูเคยคิดว่าถ้าหนูทำงานอย่างนี้ไปเรื่อย ๆ อนาคตหนูจะเป็นอย่างไร เวลาเลือกหอย ตากหมึก ลอกหมึก สับหอยเป็นเวลานานหลายชั่วโมงจะมีอาการคันตามนิ้วมือ ปวดเมื่อยร่างกาย ง่วงนอน อ่อนเพลีย สมองไม่ค่อยแจ่มใส ทำให้เรียนหนังสือด้อยลงมาก แล้วบางครั้งหนูก็ได้รับเงินค่าจ้างน้อยกว่าเด็กผู้ชายที่ทำงานเท่ากัน”


นายสาคร สาทลาลัย ผู้อำนวยการด้านงานเยาวชนและยาเสพติด สมาคมวางแผนครอบครัวแห่งประเทศไทย ฯ (สวท) กล่าวว่า “มีเด็ก ๆ ที่ต้องเผชิญชะตากรรมอย่างเด็กหญิงสุชาดา ดอเลาะ อยู่เป็นจำนวนมากในประเทศไทย แต่ส่วนมากแล้วปัญหาด้านแรงงานเด็กเราจะพบมากที่ในจังหวัดที่ทำอุตสาหกรรมประมง เพราะอุตสาหกรรมนี้ต้องการแรงงานมาทำงานเป็นจำนวนมาก แต่เนื่องจากแรงงานผู้ใหญ่ขาดแคลน จึงต้องทำให้ผู้ประกอบการใช้แรงงานต่างด้าว แต่ก็ยังไม่พอต่อความต้องการ จึงเพิ่มการใช้แรงงานเด็กอีกด้วย จากการสำรวจจะพบว่างานในอุตสาหกรรมประมงนั้น สถานที่ทำงานมักไม่มีสุขภาวะ และงานที่ทำก็ส่งต่อสุขภาพของผู้ทำงานทั้งในปัจจุบันและอนาคต
สวท ดำเนินงานด้านการวางแผนครอบครัวและอนามัยการเจริญพันธุ์ จึงถือว่างานพัฒนาคุณภาพชีวิตเยาวชนนั้นสำคัญมาก จึงได้ดำเนินงานโครงการป้องกันและขจัดปัญหาการใช้แรงงานเด็กที่ทำงานอันตรายให้เกิดความปลอดภัยในอาชีพและการให้บริการด้านสุขภาพในจังหวัดปัตตานี ซึ่งดำเนินงานในกลุ่มแรงงานเด็กคัดเลือกปลา ประมงน้ำลึก นักเรียน ในโรงเรียนชุมชนอุตสาหกรรมประมง มาตั้งแต่เดือนมีนาคม พ.ศ. 2551 จนถึงเดือนมีนาคม พ.ศ.2552 โดยได้รับการได้สนับสนุนงบประมาณจากองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO/IPEC) และในปีนี้สมาคมวางแผนครอบครัวแห่งประเทศไทย ได้ร่วมกับคณะกรรมการศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือแรงงานหญิงและเด็กประกอบด้วยส่วนราชการสังกัดกระทรวงมหาดไทย กระทรวงแรงงาน กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ประจำจังหวัดปัตตานี ภาคเอกชน องค์กรนายจ้าง องค์กรลูกจ้าง เพราะทุกภาคส่วนได้ให้ความร่วมมือเพราะต่างก็ตระหนักถึงปัญหาการใช้แรงงานเด็ก และต้องการยุติการใช้แรงงานเด็กที่ไม่เหมาะสม”
จากการที่เจ้าหน้าที่ สวท และอาสาสมัครได้ลงพื้นที่พบปะกับเจ้าของกิจการ และเด็ก ๆ ที่ทำงานเพื่อให้ความรู้สิทธิของเด็ก และให้คำแนะนำปรึกษาแก่เจ้าของกิจการและเด็ก ๆ ที่ทำงาน ทำให้ปัญหาของเด็ก ๆ ได้คลี่คลายลง อย่างกรณีของเด็กหญิงสุชาดา ที่กล่าวว่า
“ความรู้สึกหลังจากได้อบรมจากพี่ ๆ สมาคมวางแผนครอบครัว ฯ รู้สึกเสียใจที่ไม่ได้ให้ความสำคัญกับการเรียน พี่ สวท บอกว่า เราสามารถทำงานได้ แต่ต้องรู้จักแบ่งเวลาเรียน เวลาทำงานให้เหมาะสม หนูทำตามที่พี่ ๆ แนะนำ ปรับสภาพการทำงานในเวลาปิดเทอมจากตี 4 เช้ารุ่ง จนถึงบ่าย 3 โมง ปรับมาเป็น 8 โมงเช้า จนถึงบ่าย 2 โมง และช่วงเปิดเรียนจากเคยรับจ้าง 100 แผง ลดเหลือ 30 แผง เวลาที่เหลือก็ไปอ่านหนังสือ ทำให้ตอนนี้ผลการเรียนดีขึ้นเรื่อย ๆ เกรดเฉลี่ยจาก 1.59 มาเป็น 3.98 และยังรับหน้าที่เป็นปรานนักเรียน โรงเรียนเมืองปัตตานีด้วย ทำให้หนูมองเห็นอนาคตของตัวเองมากขึ้น มีเป้าหมายในอนาคต”
“ตราบใดที่ประชาชนยังมีความยากจน การใช้แรงงานเด็กของประเทศนั้นก็คงมีอยู่ การดำเนินงานก็ทำได้แค่ทำอย่างไรให้เด็ก ๆ ที่ทำงานรู้จักสิทธิของเด็ก และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น การทำงานของ สวท โดยการส่ง จนท ลงพื้นที่ให้ความรู้กับเด็กผู้ใช้แรงาน และทำความเข้าใจกับเจ้าของกิจการ เพื่อก่อให้เกิดผลดีทั้งกับเด็กและเจ้าของกิจการ แม้เป็นเพียงการตัดห่วงโซ่ ไม่ใช่การขจัด ก็ถือได้ว่า สวท บรรลุเป้าหมายในเบื้องต้นแล้ว” นายสาครกล่าวในที่สุด


